สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น

The Office of Disease Prevention and Control 7 Khon Kaen

VIEW..

> ข่าวสารเพื่อสื่อมวลชน > กรมควบคุมโรค แนะประชาชนหากถูกสุนัข-แมว กัด ข่วน ขอให้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และฉีดต่อให้ครบตามนัดทุกครั้ง ล่าสุดพบผู้ป่วยยืนยันโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่ม ๑ ราย

ประเภท : ข่าวสารเพื่อสื่อมวลชน    ผู้ลงบทความ : อนุชา มะลาลัย    วันที่ลงบทความ : 2018-06-12    view : 29

ไฟล์แนบ :ไม่มี

กรมควบคุมโรค แนะประชาชนหากถูกสุนัข-แมว กัด ข่วน ขอให้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และฉีดต่อให้ครบตามนัดทุกครั้ง ล่าสุดพบผู้ป่วยยืนยันโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่ม ๑ ราย

          กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนหากถูกสุนัข แมว กัด ข่วน หรือเลียบาดแผล ควรรีบไปปรึกษาแพทย์โดยเร็ว เพื่อรับการวินิจฉัยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และถ้าได้รับการฉีดวัคซีนแล้วให้ไปฉีดวัคซีนต่อให้ครบตามนัดทุกครั้ง ล่าสุดพบผู้ป่วยยืนยันโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่ม ๑ ราย ขณะนี้ผู้ป่วยอยู่ระหว่างการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนป้องกันและลดความเสี่ยงอย่าให้ถูกสุนัข แมว กัดหรือข่วน โดยยึดหลัก “คาถา ๕ ย.”

          วันนี้ (๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๑) นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้ายังคงต้องเฝ้าระวังและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดกรมควบคุมโรคได้รับรายงานผู้ป่วยยืนยันโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่ม ๑ ราย จากรายงานการสอบสวนโรคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง พบว่า ผู้ป่วยรายนี้เป็นชาย อายุ ๕๙ ปี ในจังหวัดระยอง โดยก่อนเข้าโรงพยาบาลมีประวัติถูกสุนัขกัดเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๖๑ เป็นสุนัขไม่มีเจ้าของ และไม่ทราบประวัติการฉีดวัคซีน  ซึ่งผู้ป่วยไม่ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า  ขณะนี้ผู้ป่วยอยู่ระหว่างการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด  ส่วนผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าในปีนี้ยังมีจำนวน ๙ ราย จาก ๙ จังหวัด (สุรินทร์ สงขลา ตรัง นครราชสีมา บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุง หนองคาย และยโสธร)

          โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คนที่ติดต่อผ่านทางกัด ข่วน เลียบาดแผล หรือสัมผัสกับน้ำลายสัตว์ที่มีเชื้อเข้าทางบาดแผล ระยะฟักตัวของโรคส่วนใหญ่ประมาณ ๒-๓ เดือน ในบางรายอาจนานเป็นปีหรือหลายปีได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะการสัมผัสโรค บริเวณที่ได้รับเชื้อไวรัส และความรุนแรงของบาดแผล โรคพิษสุนัขบ้าสามารถพบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด เช่น สุนัข แมว ค้างคาว โค กระบือ สุกร แต่ในประเทศไทยพบมากในสุนัข แมว และโค

          นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการของโรคแสดงแล้ว จะไม่สามารถรักษาได้และจะเสียชีวิตอย่างเดียว ดังนั้น หากประชาชนถูกสุนัขและแมว หรือแม้กระทั่งลูกสุนัข ลูกแมว อายุ ๒-๓ เดือน กัด ข่วน หรือเลียบริเวณแผล แม้เพียงเล็กน้อยก็อย่าได้ชะล่าใจ รีบล้างแผลด้วยน้ำและสบู่ทันทีหลายๆ ครั้ง ประมาณ ๑๐ นาที จากนั้นรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการวินิจฉัยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และที่สำคัญหากได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ขอให้ไปฉีดวัคซีนต่อให้ครบตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง

          กรมควบคุมโรคขอให้ประชาชนป้องกันและลดความเสี่ยงอย่าให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยเฉพาะสุนัขและแมว กัด ข่วน หรือเลียบาดแผล  โดยขอยึดหลัก “คาถา ๕ ย.” ได้แก่ ๑.อย่าเหยียบ บริเวณลำตัว ขา หรือหางของสัตว์  ๒.อย่าแยก สัตว์ที่กำลังกัดกัน  ๓.อย่าแหย่ สัตว์เพราะอาจโดนข่วนหรือกัดได้  ๔.อย่าหยิบ อาหารขณะสัตว์กำลังกิน     ๕.อย่ายุ่ง กับสัตว์ที่ไม่รู้จักคุ้นเคย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงและไม่ให้มีผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.๑๔๒๒

 

*************************************************

ข้อมูลจาก: สำนักโรคติดต่อทั่วไป / สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค

โทรศัพท์ ๐๒-๕๙๐๓๘๕๗ วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๑

ข้อมูล/เผยแพร่ : กลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ

ศูนย์รับข้อร้องเรียนสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๗ จ.ขอนแก่น

หมายเลข ๐๔๓-๒๒๒๘๑๘-๙ ต่อ ๒๒๔

http://odpc7.ddc.moph.go.th

ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมที่ rinjong_201@hotmail.com