สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น

The Office of Disease Prevention and Control 7 Khon Kaen

VIEW..

> ข่าวสารเพื่อสื่อมวลชน > กรมควบคุมโรค ยืนยันประเทศไทยไม่มีไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่ หากมีไข้สูงให้รีบมาพบแพทย์โดยเร็วเพื่อวินิจฉัยโรค

ประเภท : ข่าวสารเพื่อสื่อมวลชน    ผู้ลงบทความ : อนุชา มะลาลัย    วันที่ลงบทความ : 2018-09-06    view : 39

ไฟล์แนบ :ไม่มี

กรมควบคุมโรค ยืนยันประเทศไทยไม่มีไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่ หากมีไข้สูงให้รีบมาพบแพทย์โดยเร็วเพื่อวินิจฉัยโรค

           กรมควบคุมโรค  กระทรวงสาธารณสุข  ยืนยันว่าในปัจจุบันประเทศไทยไม่มีไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่ มีเพียง ๔ สายพันธุ์ที่เคยพบมาแล้ว แต่ละสายพันธุ์มีความรุนแรงไม่แตกต่างกันมาก ในช่วงนี้มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีน้ำขังตามภาชนะต่างๆ อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายได้ ขอให้ประชาชน ชุมชน ร่วมกันใช้มาตรการ “๓ เก็บ ป้องกัน ๓ โรค”

           วันนี้ (๒ กันยายน ๒๕๖๑) นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่า มีเด็กหญิงเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ นั้น  กรมควบคุมโรค ขอยืนยันว่าปัจจุบันประเทศไทยไม่มีไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่ นอกเหนือจาก ๔ สายพันธุ์ที่เคยพบมาแล้ว ซึ่งในแถบประเทศอาเซียนนี้พบได้ ๔ สายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์มีความรุนแรงไม่แตกต่างกันมาก ส่วนอาการป่วยขึ้นอยู่กับว่าเคยติดเชื้อมาก่อนหรือไม่  ผู้ป่วยที่ติดเชื้อครั้งแรกอาการมักไม่รุนแรง  อาจมีไข้  ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเท่านั้น   แต่อาการจะรุนแรงขึ้นเมื่อติดเชื้อครั้งที่สองด้วยสายพันธุ์ที่ต่างไป ซึ่งจะทำให้มีภาวะเลือดออกและช็อกได้

           ส่วนในกรณีผู้เสียชีวิตรายดังกล่าวนั้น จากการตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่าในขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนโรคและส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาเชื้อโรคไข้เลือดออกและสายพันธุ์ของเชื้อดังกล่าว  ซึ่งต้องรอผลตรวจยืนยันอีกครั้ง

          นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า โรคไข้เลือดออกถือเป็นโรคประจำถิ่นในประเทศแถบอาเซียน ซึ่งพบการระบาดในหลายประเทศ  สำหรับในประเทศไทย ปี ๒๕๖๑ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม–๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๑ พบผู้ป่วยสะสมรวม ๕๐,๐๗๙ ราย เสียชีวิต ๖๕ ราย โดยผู้ป่วยกลุ่มอายุ ๑๐–๑๔ ปีมีอัตราป่วยสูงสุด สัดส่วนอาชีพที่พบผู้ป่วยสูงสุดคือนักเรียน ส่วนจังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด ๕ อันดับแรก คือ นครปฐม พิจิตร แม่ฮ่องสอน ภูเก็ต และกระบี่

           กรมควบคุมโรค ขอแนะนำประชาชน ชุมชน และหน่วยงานต่างๆ ควรร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย   โดยเน้นใช้มาตรการ “๓ เก็บ ป้องกัน ๓ โรค” ดังนี้ ๑.เก็บบ้านให้สะอาด ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง  ขัดล้างคว่ำภาชนะใส่น้ำ และเปลี่ยนน้ำในแจกันทุกสัปดาห์  ๒.เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และนำวัสดุเหลือใช้นำไปขายเป็นรายได้เสริม และ ๓.เก็บน้ำ ภาชนะใส่น้ำต้องปิดฝาให้มิดชิดป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่  ทั้งนี้ จะสามารถป้องกันได้ถึง ๓ โรค คือ ๑.โรคไข้เลือดออก ๒.โรคติดเชื้อไวรัสซิกา ๓.ไข้ปวดข้อยุงลาย

          ที่สำคัญประชาชนควรเตรียมความพร้อมใน ๓ เรื่องสำคัญ คือ ๑.การป้องกันการถูกยุงกัด โดยทายากันยุง นอนในมุ้ง กำจัดยุงตัวเต็มวัยด้วยสเปรย์ ไม้ช็อตไฟฟ้า พร้อมกำจัดลูกน้ำและแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในภาชนะน้ำใส นิ่ง ๒.การเฝ้าระวังอาการของโรค ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย เบื่ออาหาร หน้าแดง ผิวหนังเป็นจุดเลือด อาเจียน ปวดท้อง และ ๓.การไปพบแพทย์เร็วเมื่อป่วยและมีไข้สูง เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยโรค และเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงไข้ลดหากเกิดอาการช็อกจากไข้เลือดออก ต้องรีบกลับไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด หากช้าอาจทำให้เสียชีวิตได้ หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.๑๔๒๒

 

*******************************************************

ข้อมูลจาก : สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง/สคร.๙ นครราชสีมา/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค

 โทรศัพท์ ๐-๒๕๙๐-๓๘๕๗ วันที่ ๒ กันยายน ๒๕๖๑

เผยแพร่ : กลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ

ศูนย์รับข้อร้องเรียนสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๗ จ.ขอนแก่น

หมายเลข ๐๔๓-๒๒๒๘๑๘-๙ ต่อ ๒๒๔

http://odpc7.ddc.moph.go.th

ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมที่ rinjong_201@hotmail.com