บทความวารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น
ปีที่ 24 ฉบับที่ 3 กันยายน - ธันวาคม 2560   จำนวนผู้อ่าน 135 ครั้ง
ชื่อบทความ(ภาษาไทย) : ลักษณะการไปรับบริการตรวจวินิจฉัยโรคผิวหนังของโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ ขึ้นทะเบียนรักษา ปีงบประมาณ 2550-2554
ชื่อบทความ(ภาษาอังกฤษ) : The health service seeking characteristics of leprosy cases in hospital with new case leprosy registration, 2007-2011
ชื่อผู้เขียน(ภาษาไทย) : ชัชชฎา ศรีชูเปี่ยม บุญทนากร พรมภักดี สุพัตรา สิมมาทัน วรางคณา คุ้มโภคา รัชนี นันทนุช
ชื่อผู้เขียน(ภาษาอังกฤษ) : Chatchada Srichupiam Boontanakorn Prompukdee Supattra Simmatan Varangkana Kumpoka Ratchanee Nantanuch
หน้าบทความ : 100-111
คำสำคัญ(Keyword) : โรคผิวหนัง ผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่

บทคัดย่อ(Abstract)

การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะการไปรับบริการตรวจโรคผิวหนังในโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสุขภาพของผู้ป่วยโรคเรื้อนที่ขึ้นทะเบียนรักษาในปีงบประมาณ 2550 -2554 รูปแบบการศึกษาเชิงพรรณนา เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบสัมภาษณ์และแบบบันทึกข้อมูลจากฐานข้อมูลของโรงพยาบาลตามสิทธิในระบบประกันสุขภาพ คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจากผู้ป่วยโรคเรื้อนที่ขึ้นทะเบียนรักษาในปีงบประมาณ 2550- 2554 จำนวน จำนวน 97 ราย ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2555 ถึง เดือนสิงหาคม 2556 และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 45–74 ปี ร้อยละ 70 การอยู่อาศัยในที่อยู่ปัจจุบัน อยู่มาตั้งแต่เกิดร้อยละ 62.9 ย้ายตามครอบครัว แต่งงาน ร้อยละ 33 และหมู่บ้านที่อาศัยในปัจจุบันเคยมีผู้ป่วยโรคเรื้อนร้อยละ 60 ลักษณะความสัมพันธ์กับผู้ป่วยโรคเรื้อน เป็นคนในครอบครัวร้อยละ 54 เป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดร้อยละ 33 การย้ายที่อยู่ไปรับจ้างทำงานนอกหมู่บ้านที่อยู่อาศัยร้อยละ 30 ไม่ย้าย ร้อยละ 66 กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาตรวจวินิจฉัยที่โรงพยาบาลสิรินธรขอนแก่น 51 คน ร้อยละ 52.6 เหตุผลที่ไปรับบริการเพราะความมีชื่อเสียงร้อยละ 37 เจ้าหน้าที่โรคเรื้อนเก่า ญาติเพื่อนแนะนำ คลินิกโรคผิวหนัง การส่งต่อจากเจ้าหน้าที่ ร้อยละ 60 ผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่เคยไปรับบริการตรวจโรคผิวหนังในโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสุขภาพร้อยละ 84 กลุ่มตัวอย่างที่ตรวจวินิจฉัยโดยโรงพยาบาลจังหวัด 22 คน โรงพยาบาลอำเภอ 20 คน ร้อยละ 22.7 และ 20 .6 เหตุผลที่กลุ่มตัวอย่างทั้งสองกลุ่มนี้ ให้เหตุผลในการเลือกไปรับการตรวจวินิจฉัยที่โรงพยาบาลในสิทธิประกันสุขภาพ เพราะสะดวก ใกล้บ้าน ร้อยละ 42.4 เจ้าหน้าที่โรคเรื้อนเก่า ญาติเพื่อนแนะนำ คลินิกโรคผิวหนัง การส่งต่อจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ร้อยละ 47.6 และค่ามัธยฐานของจำนวนครั้งที่ไปรับบริการตรวจโรคผิวหนังที่โรงพยาบาลในสิทธิประกันสุขภาพ 2 ครั้ง จากผลการศึกษาสามารถสรุปได้ว่า การตัดสินใจไปรับการตรวจวินิจฉัยที่โรงพยาบาลสิรินธรหรือโรงพยาบาลใกล้บ้านตามสิทธิประกันสุขภาพ ผู้ป่วยโรคเรื้อนจะได้รับข้อมูลจาก ครอบครัวที่เคยเป็นโรคเรื้อน เพื่อนบ้าน คลินิก เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และประสบการณ์ของประชาชนเกี่ยวกับโรคเรื้อน อาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่เคยมีผู้ป่วยโรคเรื้อน และประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ความชุกสูงส่งผลการพบผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ ดังนั้น การดำเนินกิจกรรมการค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ควรเร่งรัดกิจกรรมในกลุ่มผู้สัมผัสโรคร่วมบ้านหรือ สร้างระบบเฝ้าระวังในหมู่บ้านที่เคยพบผู้ป่วยโรคเรื้อน โดยแกนนำชุมชนในหมู่บ้านหรือแกนนำจากครอบครัวผู้ป่วย

The objective of this descriptive research was to study the health service seeking characteristics of leprosy cases in hospital with new case leprosy registration in the context of universal health coverage service between the year 2007 and 2011. The research tools were questionnaire and case record form. The 97 samples was selected from new leprosy cases registered consist of Sirindhorn hospital and 8 universal health coverage service hospitals since 2007 to 2011. The study and data collection conducted between November 2012 to August 2013. Data analysis by descriptive statistic. The result revealed that 70% of most patients had the age between 45-74 year. 62.9% lived in their hometown,33% moved according to family and 60% lived in the villages were detected leprosy cases. The relation of leprosy contact history found that 54% were from family contact and 33% from neighborhood contact. 30% of patients move out the village for looking for a job. 52.6% of leprosy cases came to diagnosed at Sirindhorn hospital due to the well known of the hospital in skin disease diagnosis and treatment reason by 37% and by recommendation from their neighborhood or health personnel 60%. 84% of the patients had never go to the universal health coverage service hospital. The leprosy cases diagnosed by provincial hospital and district hospital was 22.7% and 20% respectively. The reason was near their home 42.4% and 47.6% by recommendation from others . The median of visit time at universal health coverage service was 2 times/person. Conclusion, the decision making of the patients to go for diagnosis skin disease at Sirindhorn hospital or the hospital by universal health coverage service was come from the information from their family, neighborhood, health officer and their perception of leprosy or living in the villages which leprosy case detected. The experience and technical expertise of health personnel is the factor to higher rate of cases finding. So, the activities of case finding is to promote and encourage in the group of family contact and set up the surveillance system by the participation of community or family leaders especially in the village which leprosy cases detected.
บทความฉบับเต็ม : Full Paper
ออกแบบและพัฒนาโดย งานสารสนเทศ กลุ่มแผนงานและประเมินผล สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น
โทรศัพท์ 043222818 - 9 ต่อ 320 โทรสาร 043226164