บทความวารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น
ปีที่ 24 ฉบับที่ 3 กันยายน - ธันวาคม 2560   จำนวนผู้อ่าน 195 ครั้ง
ชื่อบทความ(ภาษาไทย) : โปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวต่อการลดการเกิด โรคพยาธิใบไม้ตับในกลุ่มวัยแรงงาน ตำบลขะยูง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ
ชื่อบทความ(ภาษาอังกฤษ) : Behavior modification program by family health leader to reduce the occurrence of liver fluke among working age group at Khayung Sub-District, UthumphonPhisai District, Si Sa Ket Province.
ชื่อผู้เขียน(ภาษาไทย) : วีระพล วิเศษสังข์ รติกร ชาติชนะยืนยง ชูศักดิ์ นิธิเกตุกุล
ชื่อผู้เขียน(ภาษาอังกฤษ) : Weeraphon Wisetsang Ratikron Chatchanayuenyong Choosak Nithikathkul
หน้าบทความ : 61-74
คำสำคัญ(Keyword) : พยาธิใบไม้ตับ แกนนำสุขภาพประจำครอบครัว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

บทคัดย่อ(Abstract)

การวิจัยแบบกึ่งทดลองครั้งนี้ เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวต่อการลดการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับในกลุ่มวัยแรงงานตำบลขะยูง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ แบ่งการวิจัยออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 พัฒนาศักยภาพแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว ใช้ระยะเวลา 1 สัปดาห์ กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกแบบเจาะจง จากผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุข และตัวแทนสมาชิกในครัวเรือนจำนวน 20 คน โดยจัดให้ได้รับกิจกรรมพัฒนาศักยภาพในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับกลุ่มทดลองในระยะที่ 2 คือ ระยะดำเนินการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่ายจากประชากรกลุ่มวัยแรงงาน อายุ 15-59 ปี โดยแบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ กลุ่มละ 50 คน ทั้งนี้จัดให้กลุ่มทดลองได้รับกิจกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประกอบด้วยการตรวจอุจจาระเพื่อหาไข่พยาธิก่อนการทดลอง การอบรมให้ความรู้ การจัดกิจกรรมกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การเยี่ยมติดตามให้คำแนะนำโดยแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว รวมระยะเวลา 12 สัปดาห์ จากนั้นดำเนินการติดตามตรวจอุจจาระเพื่อหาไข่พยาธิซ้ำอีกครั้งหลังการทดลองครบ 4 สัปดาห์เก็บรวบรวมข้อมูลก่อน และหลังการทดลองโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานโดยใช้สถิติ Paired t-test และ Independent t-test ผลการวิจัย พบว่าหลังการทดลองกลุ่มแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวมีคะแนนเฉลี่ยด้านความรู้ ด้านการรับรู้ และด้านพฤติกรรมการป้องกันโรคเพิ่มขึ้นมากกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value<0.05) และสามารถดำเนินการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับกลุ่มทดลองในระยะที่ 2 ส่งผลให้กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยด้านความรู้ ด้านการรับรู้ และด้านพฤติกรรมการป้องกันโรคเพิ่มขึ้นมากกว่าก่อนการทดลอง และเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value<0.05) และอัตราความชุกของโรคพยาธิใบไม้ตับในกลุ่มวัยแรงงานลดลงต่ำกว่าร้อยละ 5 ปัจจัยแห่งความสำเร็จของโปรแกรมนี้ เป็นผลมาจากการเสริมสร้างศักยภาพให้กับแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว ซึ่งเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของคนในครอบครัวโดยเฉพาะพฤติกรรมการกินอยู่ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจและยอมรับอันจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและมีระบบกำกับติดตามในพื้นที่อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

This quasi-experimental research aimed to study the result of a behavior modification program by family health leaders to reduce the occurrence of liver fluke among a working age group at Khayung Sub-District, UthumphonPhisai District, Si SaKet Province. The research was divided into 2 phases. The first phase was the development of family health leaders’ capacity for 1 week. The samples were community leaders, village health volunteers and head of household members, 20 subjects by purposive sampling. The samples gathered had the capacity to help the learning process for the experimental group in the second phase. The second phase was the behavioral modification process by family health leaders. The samples were taken from a working group aged from 15 to 59 years old who were chosen by a simple random sampling. The samples from this phase were divided into the experimental group and comparison group and there were 50 subjects per group. The experimental groups got the behavior modification activity that consisted of a stool examination before the experiment, the knowledge training, exchanging and learning group activity and home visiting and suggestion by the family health leaders for 12 weeks. The stool examination for liver fluke eggs was conducted 4 weeks after the experiment was finished. The data was collected by using questionnaires before and after the experiment. Quantitative data analysis was used by frequency, percentage, mean, standard deviation meanwhile the statistics employed to test the hypothesis was paired t-test and independent t-test. The result has found that after the experiment group of family health leaders the average score of knowledge, the perception and the prevention behavior had increased over the previous experiments with statistically significant (p-value<0.05). The family health leaders could then take on the learning process of the experimental group in the second phase. The knowledge, the perception and the prevention behavior had increased over the previous experiments to more than the comparison group with statistically significant (p-value<0.05), and the prevalent rate of liver fluke disease had decreased by under 5% The success factor of this program was the consequence of empowering the family health leaders. One person can influenced the lives of the people in the family, especially in their eating habits. In order to understand and accept the lead to behavior change and having to follow the system in the area closely and continuously.
บทความฉบับเต็ม : Full Paper
ออกแบบและพัฒนาโดย งานสารสนเทศ กลุ่มแผนงานและประเมินผล สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น
โทรศัพท์ 043222818 - 9 ต่อ 320 โทรสาร 043226164