บทความวารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น
ปีที่ 25 ฉบับที่ 1 มกราคม - เมษายน 2561   จำนวนผู้อ่าน 98 ครั้ง
ชื่อบทความ(ภาษาไทย) : สมการทำนายความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งในช่องปาก
ชื่อบทความ(ภาษาอังกฤษ) : A Predictive model for the Risk of Oral Cancer
ชื่อผู้เขียน(ภาษาไทย) : กุลชญา ลอยหา ภัทรวุฒิ วัฒนศัพท์
ชื่อผู้เขียน(ภาษาอังกฤษ) : Kulchaya Loyha Patravoot Vatanasapt
หน้าบทความ : 35-44
คำสำคัญ(Keyword) : มะเร็งช่องปาก ปัจจัยเสี่ยงการเกิดมะเร็งช่องปาก สมการทำนายการเกิดมะเร็งช่องปาก

บทคัดย่อ(Abstract)

การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงวิเคราะห์ แบบ Hospital-based case-control study โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพยากรณ์สมการที่ใช้ในการทำนายความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งช่องปากในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งทำการศึกษาในผู้ป่วยมะเร็งช่องปากรายใหม่ (Incidence cases) ที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ของแผนกผู้ป่วยนอก ในคลินิกหู คอ จมูก ว่าเป็นมะเร็งช่องปากที่ยืนยันด้วยผลการตรวจชิ้นเนื้อทางห้องปฏิบัติการ (Histological confirm) ระหว่างปี พ.ศ. 2553-2557 โดยกลุ่มตัวอย่าง (104 คู่) มาจากโรงพยาบาลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น และโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี ส่วนกลุ่มควบคุมของการศึกษานี้ เป็นผู้ป่วยที่เป็นโรคทั่วไปของ หู คอ จมูก เช่น โรคไข้หวัด โรคนอนกรน โรคภูมิแพ้ โรคหูดับฯ ซึ่งโรคเหล่านี้จะต้องเป็นโรคไม่มีความสัมพันธ์กับมะเร็งช่องปาก และเชื้อ Human papillomavirus (HPV) และกลุ่มควบคุมนี้ได้มาจากโรงพยาบาลเดียวกับกลุ่มตัวอย่างด้วยเช่นกัน ซึ่งผลการศึกษา พบว่าตัวแปรที่มีความสัมพันธ์และสมการทำนายการเกิดมะเร็งช่องปากคือ Logit (มะเร็งช่องปาก) = 2.47 (การสูบบุหรี่) + 3.81 (การเคี้ยวหมาก) สมการทำนายการเกิดมะเร็งช่องปากได้ร้อยละ 73.74 ค่าความไวร้อยละ 87.50 ค่าความจำเพาะร้อยละ 53.83 ค่าการทำนายถูกเมื่อผลการทดสอบเป็นบวกร้อยละ 65.47 ค่าการทำนายถูกเมื่อผลการทดสอบเป็นลบร้อยละ 81.16 และค่าความแม่นยำในการทำนายร้อยละ 70.67 ดังนั้นจากสมการที่ได้และผลของการทดสอบสมการทำให้ทราบว่า การสูบบุหรี่ และการเคี้ยวหมาก เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในทุกๆปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งช่องปาก จากรูปแบบการศึกษาในครั้งนี้จึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการประเมินสถานการณ์ของมะเร็งช่องปากได้ค่อนข้างดี รวมไปถึงการหาแนวทางการพัฒนาการศึกษาเกี่ยวกับลักษณะ และพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยมะเร็งช่องปากได้ต่อไป

This study is an analytical Hospital-based case-control study. Aimed of this study was to predict the equations used for risk factor of oral cancer in the Northeast. This study investigated oral cancers in the incidence cases that were diagnosed by physicians in outpatients of Otolaryngology Department. The patients were confirmed that they had the oral cancers by histological confirmed from the laboratory during 2010-2014. Case subjects, 104 were came from the 3 hospitals (Srinagarind Hospital-Khon Kaen University teaching hospital, Khon Kaen Regional Hospital, and Sappasitthiprasong Hospital). The control group was patients who had ear, nose and throat diseases liked flu, snoring, allergy, and sudden hearing loss. These diseases were not related to oral cancer and human papillomavirus (HPV). According to the study, the results indicated that the variables were related to incidence of oral cancer and a prediction equation for oral cancer by a multiple logistic regression as follows: the logit (oral cancer) =2.47 (Cigarette smoking) + 3.81(Betel quid chewing).Moreover, results also showed that the prediction ability of this equation from the area under ROC curve; AUC is able to predict the occurrence of oral cancer up to 73.74% at the intersection point of 1 with the sensitivity of 87.50% and the specificity of 53.83%. When test was positive, accuracy of the prediction was 65.47%. In contrast, when test was negative, accuracy of the prediction was 81.16%. Precision of the prediction was 70.67%. Thus, equations and results of test, the study found that in the cigarette smoking and betel quid chewing were found the most important factors than all the factors that are associated with oral cancer. This study can be applied in the assessment of the occurrence for oral cancer more precisely. The study also found guidelines to develop the prevention and the treatment of the oral cancer in the future to be more effectiveness.
บทความฉบับเต็ม : Full Paper
ออกแบบและพัฒนาโดย งานสารสนเทศ กลุ่มแผนงานและประเมินผล สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น
โทรศัพท์ 043222818 - 9 ต่อ 320 โทรสาร 043226164