บทความวารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น
ปีที่ 25 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม - สิงหาคม 2561   จำนวนผู้อ่าน 31 ครั้ง
ชื่อบทความ(ภาษาไทย) : ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อความล่าช้าในการช่วยเหลือผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุ ในเขตอำเภอเมืองบุรีรัมย์
ชื่อบทความ(ภาษาอังกฤษ) : Factors related to the delay of emergency medical services for resuscitation patients on the scene in Muang district, Buriram province
ชื่อผู้เขียน(ภาษาไทย) : ปริชญา พลอาสา, พรนภา ศุกรเวทย์ศิริ
ชื่อผู้เขียน(ภาษาอังกฤษ) : Parichaya Pholarsa, Pornnapa Suggaravetsiri
หน้าบทความ : 079 - 089
คำสำคัญ(Keyword) : ความล่าช้าในการช่วยเหลือผู้ป่วยอุบัติเหตุ ณ จุดเกิดเหตุ

บทคัดย่อ(Abstract)

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบย้อนหลัง (Analytical case-control study) มีวัตถุประสงค์เพื่อหาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อความล่าช้าในการช่วยเหลือผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุ ในอำเภอเมืองบุรีรัมย์กลุ่มตัวอย่างคือทีมปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินที่ช่วยเหลือผู้ป่วย กรณีอุบัติเหตุทางถนน (ICD10 V01-V89) ณ จุดเกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 ถึง 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559 จำนวน 568 คน เป็นกลุ่มศึกษา 142 คน กลุ่มควบคุม 426 คน สุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเป็นระบบเก็บข้อมูลโดยใช้แบบคัดลอกข้อมูลจากบัตรประวัติการรักษา(ICD10) แบบบันทึกประวัติผู้ป่วย (OPD card) และระบบรายงาน ITEMS สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

ผลการวิจัย พบว่าทีมปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินที่ช่วยเหลือผู้ป่วย กรณีอุบัติเหตุทางถนน ณ จุดเกิดเหตุในเขตอำเภอเมืองบุรีรัมย์ จำนวนทั้งสิ้น 568 คน จำแนกเป็นทีมปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินที่ช่วยเหลือผู้ป่วย กรณีอุบัติเหตุทางถนน ณ จุดเกิดเหตุเกิน 8 นาทีมีจำนวน 142 คน ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นเพศชายร้อยละ 92.96อายุอยู่ระหว่าง 40 – 50 ปี ร้อยละ 32.92 ซึ่งไม่มีโรคประจำตัวร้อยละ 89.79 จากการวิเคราะห์ตัวแปรเดี่ยว ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อความล่าช้าในการช่วยเหลือผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานเพศหญิง (OR = 2.13; 95% CI = 1.10-4.13) ระดับการศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษา (OR =2.51; 95% CI = 1.55-4.08) ตำแหน่งเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร (OR= 5.85; 95% CI = 2.99–11.47) รถปฏิบัติการประเภทรถยนต์ (OR= 0.07; 95% CI = 0.02–0.21) ระยะทางจากหน่วยไปยังจุดเกิดเหตุ ≥10 กิโลเมตร (OR=1.20; 95% CI = 4.05–23.75) และความรุนแรงระดับเร่งด่วนของผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือ (OR= 0.23; 95% CI =1.10–0.55) การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์แบบตัวแปรพหุกับความล่าช้าในการช่วยเหลือผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร (ORadj= 4.80, 95% CI = 2.12-10.85) และระยะทางจากหน่วยไปยังจุดเกิดเหตุ ≥10 กิโลเมตร (ORadj = 1.36, 95% CI = 1.26 -1.47)

จากผลการศึกษาครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อความล่าช้าในการช่วยเหลือผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉินณ จุดเกิดเหตุ เกิดจากปัจจัยด้านบุคคลของผู้ปฏิบัติงานและปัจจัยด้านถนนและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ควรมีการถอดบทเรียนหรือทบทวนการดำเนินงานการช่วยเหลือผู้ป่วยอุบัติเหตุ ณ จุดเกิดเหตุ ในพื้นที่กรณีมีการออกช่วยเหลือล่าช้าโดยมีโรงพยาบาลพี่เลี้ยงดูแล ควรมีการสุ่มประเมินเจ้าหน้าที่อาสาสมัครในแต่ละหน่วยงาน จากหน่วยงานระดับจังหวัดเพื่อเพิ่มศักยภาพของบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญ ควรสำรวจจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยและวางแผนการเข้าถึงจุดเกิดเหตุ เพื่อการเดินทางเข้าจุดเกิดเหตุได้ทันเวลา ซึ่งอาจจะมีการจัดทำแผนที่ไว้ในหน่วยปฏิบัติการเพื่อใช้ในการศึกษาเส้นทางในพื้นที่รับผิดชอบและพื้นที่ใกล้เคียง

The objective of this study was to identify factors related to the delay of emergency medical service for resuscitation patients on the scene in Muang Buriram district from January 1,2015 to June 30,2016. The investigation was conducted as case-control analytical study. Sample group by systematic sampling. The data was gathered from ICD10, OPD card, and ITEMS of National Institute of Emergency Medicine.

The result showed that the resuscitation patients on the scene in Muang Buriram district had been rescued from the emergency medical system totaling 568 persons. They were divided as follows: the group of 142 resuscitation patients receiving the rescue from the emergency medical system at the scene with every emergency medical operation level longer than 8 minutes. Most of the rescuers were male (92.96%), ages 40-50 years old (32.92%), and had a secondary education (66.73%). Factors significantly associated with related to the delay by univariate analysis were female (OR= 2.13; 95 %CI= 1.10 - 4.13), having secondary education (OR = 2.51; 95% CI= 1.55-4.08), first responder (OR = 5.85; 95 %CI= 2.99–11.47), distance from the operating unit to the scene ≥10 km. (OR = 9.81 ; 95 %CI= 4.05 – 23.75), urgent emergency patients (yellow)(OR= 0.23; 95 % CI= 1.10 – 0.55). The multivariable logistic regression analysis identified factors significantly related to the delay were first responder (ORadj= 4.80 , 95%CI = 2.12-10.85) and distance from the operating unit to the scene ≥10 km. (ORadj= 1.36, 95% CI = 1.26 - 1.47).

In this study illustrate that overfactors related to the delay of emergency medical service for resuscitation patients on the scene factors of the operating officers and road and environmental. In consequence, the efficiency development of the first response unit is there should have knowledge promotion, emphasis on the operation in due time, and an increase of the operating units to cover all areas. This is for the sufficiency in the working operation, area coverage, and fast service accessibility.

บทความฉบับเต็ม : Full Paper
ออกแบบและพัฒนาโดย งานสารสนเทศ กลุ่มแผนงานและประเมินผล สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น
โทรศัพท์ 043222818 - 9 ต่อ 320 โทรสาร 043226164